เล่นหวยรวยชาติไหน ?

เล่นหวยรวยชาติไหน ?

เรามาเริ่มด้วยการทำความรู้จักสิ่งที่เรียกว่า ความคาดหวัง กันก่อนนะคะ

ความคาดหวังคือตัวชี้วัดทางสถิติที่คำนวณจากผลรวมของผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมดคูณด้วยความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้น อ่านดูแล้วก็ยังไม่เหมือนกับภาษามนุษย์สักเท่าไหร่ เราขอยกตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ คือการโยนลูกเต๋าแล้วกันนะคะ

ลูกเต๋า 1 ลูกจะมีทั้งหมด 6 หน้าระบุตั้งแต่เลข 1–6 หากเราทอยลูกเต๋าแบบไม่ขี้โกง ความน่าจะเป็นของผลลัพธ์แต่ละหน้าจะเท่ากับ 1 ใน 6 เราจะชวนให้คิดต่อว่าถ้าเราทอยลูกเต๋าไปเรื่อย ๆ เป็นหมื่นครั้ง แสนครั้งแล้วบันทึกผลลัพธ์ทั้งหมดเอาไว้ ผลลัพธ์เฉลี่ยจะมีค่าเท่าไหร่ ?

เราไม่ต้องทอยให้เมื่อยมือหรอก เพราะคำตอบคือ 3.5 ตัวเลขนี้คำนวณมาจากการนำผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมด ( คือลูกเต๋าออกเลข 1–6 ) มาคูณด้วยความน่าจะเป็น แล้วนำมาบวกกัน

เราขอย้ำนะคะ ว่าตัวเลขผลลัพธ์เฉลี่ยจะเข้าใกล้ค่าคาดหวัง ก็ต่อเมื่อทำการ สุ่ม จำนวนหลายต่อหลายครั้ง หากทอยลูกเต๋าสิบยี่สิบครั้ง รับรองไม่ได้ค่าเฉลี่ยของผลลัพธ์ที่ 3.5 หรอก แต่หากทอยต่อไปเรื่อย ๆ จนเริ่มรู้สึกเสียเวลาชีวิต ตอนนั้นเองที่ค่าเฉลี่ยของผลลัพธ์อาจจะเริ่มขยับเข้าใกล้ 3.5

เล่นหวยรวยชาติไหน ?

ความคาดหวังของการซื้อหวย 1 ใบ

เราสามารถใช้วิธีคิดเดียวกันเพื่อคำนวณสำหรับการซื้อหวย 1 ฉบับ ราคา 80 บาท  โดยการนำเงินรางวัลตั้งแต่รางวัลที่หนึ่งไปจนถึงรางวัลเลขท้ายสองตัว มาคูณกับความน่าจะเป็นที่จะถูกหวยแต่ละรางวัลแล้วนำมาบวกกัน แล้วขั้นตอนสุดท้ายคือหักลบกลบกับความน่าจะเป็นที่จะถูกหวยกินในราคา 80 บาท

เราคงไม่ต้องไล่เรียงเงินรางวัลแต่ละรายการเพราะคิดว่าหลายคนคงจำได้อย่างขึ้นใจ แต่ความน่าจะเป็นที่จะถูกหวยแต่ละรางวัลนี่สิคะ ที่หลายคนอาจสงสัยว่าจะคำนวณอย่างไร

เล่นหวยรวยชาติไหน ?

คำตอบก็คือใช้สูตรคำนวณความน่าจะเป็นพื้นฐาน ว่าด้วยจำนวนเหตุการณ์ หารด้วยความเป็นไปได้ทั้งหมด ตัวอย่างเช่น หวย 1 ใบจะประกอบด้วยเลข 6 หลัก แต่ละหลักมีความเป็นไปได้ตั้งแต่เลข 0–9 ดังนั้นความเป็นไปได้ทั้งหมดของตัวเลขบนหวยจะเท่ากับ 10 ยกกำลัง 6 ซึ่งก็คือ 1,000,000 รูปแบบ หวยรางวัลที่หนึ่งคือตัวเลขเพียงชุดเดียวจากทั้งหมด ดังนั้นความน่าจะเป็นที่จะถูกหวยรางวัลที่หนึ่งจะเท่ากับ  0.0001% นั่นเอง

อีกหนึ่งตัวอย่างนะคะ สำหรับรางวัลเลขท้ายสองตัว ความเป็นไปได้ทั้งหมดของเลข 2 หลักที่ประกอบด้วยเลข 0–9 จะเท่ากับ 100 รูปแบบ รางวัลเลขท้ายสองตัวคือตัวเลขชุดเดียวจากทั้งหมด ดังนั้นความน่าจะเป็นที่จะถูกหวยรางวัลเลขท้ายสองตัวจะเท่ากับ  1%

เล่นหวยดีไหม ?

บางคนคงเดาว่าเราคงจะสรุปแบบว่าคนผู้มีเหตุมีผลย่อม ไม่ตัดสินใจลงทุนในสิ่งที่รู้ว่าตัวเองจะขาดทุน ดังนั้นจงหยุดซื้อหวยแล้วนำเงินก้อนนั้นไปเก็บออมสำหรับการเกษียณในอนาคตดีกว่า

แต่ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ แต่เราจะขอชวนมามองมุมใหม่ ว่าการซื้อหวยไม่ใช่เป็นการลงทุน แต่เราควรมองเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อความบันเทิงเสียมากกว่า เหมือนกับการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเพื่อเติมเกมมือถือ ซื้อเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่ กินอาหารราคาแพง ดูหนัง หรือซื้อกาแฟแก้วละหลายร้อย โดยเราอาจจะจัดสรรปันส่วน งบประมาณส่วนนี้เอาไว้ประมาณ 5 % ของรายได้ต่อเดือน

วิธีคำนวณก็ง่าย ๆ สมมติว่านางเอ มีรายได้ 20,000 บาท / เดือน เขาก็จะมีเงินสำหรับใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเดือนละ 1,000 บาท เขาเก็บเงิน 690 บาทไว้กินบุฟเฟต์ร้านดัง ส่วน 320 บาทนั้นจะเก็บไว้สำหรับซื้อหวย จากการคำนวณข้างต้นการซื้อหวย 1 ใบจะเท่ากับขาดทุน 31 บาท ดังนั้นนายป้อมจึงซื้อหวยได้ทั้งสิ้น 10 ใบต่อเดือน ( ในกรณีที่หวยราคา 80 บาท )

สำหรับใครที่สงสัยว่าเล่นหวยอย่างไรให้มีกำไร เรามีคำตอบสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่าให้เล่นจนกว่าจะถูกรางวัลหนึ่งครั้งแล้วหยุดทันทีไปตลอดชีวิต เนื่องจากความคาดหวังที่คำนวณจากการ ซื้อหวย หลายพันหลายหมื่นครั้ง แต่หากซื้อหวยในจำนวนน้อย ๆ เราอาจเจอกับค่าผิดปกตินั่นก็คือการถูกรางวัล เมื่อได้กำไรเราต้องหยุดเล่นทันที เพราะหากซื้อหวยต่อไปเรื่อย ๆ สุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้ก็จะค่อย ๆ ขยับเข้าสู่ความคาดหวังที่จะรวยนั่นเอง

เล่นหวยรวยชาติไหน ?

คำสาปของคนถูกหวย

เคยได้ยินเรื่องคำสาปของคนถูกหวยไหมคะ ?

เรื่องราวที่ว่ามักจะปรากฏตามหน้าสื่อ โดยมีเนื้อหาแนวเดียวกัน คือคนถูกหวยก้อนใหญ่แต่ไม่นานก็สิ้นเนื้อประดาตัว ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในบั้นปลาย เพราะบริหารจัดการเงินไม่เป็น เราพบว่ามีผู้ที่ถูกหวย ไม่ได้มีความสุขในชีวิตมากขึ้นเพราะติดอยู่ในกับดักของการแสวงหาความสุขอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เพราะพวกเขาได้นำเงินไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย โดยที่ไม่เก็บนำเงินก้อนดังกล่าวไปลงทุน

อย่างไรก็ดี คำสาปของคนถูกหวย ไม่มีทางจางหายไปจากหน้าสื่อต่าง ๆ สาเหตุก็เนื่องจากคนถูกหวยที่นำเงินส่วนใหญ่ไปเก็บออมและชีวิตมีความสุขดีคงไม่มีทางเป็นข่าว ส่วนงานวิจัยชื่อดังที่สรุปว่าคนถูกหวยชีวิตจะไม่มีความสุขก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ากลุ่มตัวอย่างมีจำนวนน้อยมาก ๆ คือเพียง 22 คน และกรอบเวลาการศึกษาเพียง 1 ปีซึ่งอาจสั้นเกินไป เพราะคนส่วนใหญ่ที่ถูกหวยในปีแรกมักจะถูกตามรังควาน โดยญาติสนิทมิตรสหาย อีกทั้งยังต้องบอกกับตัวเองซ้ำ ๆ ว่าเราคู่ควรที่จะได้เงินรางวัลก้อนดังกล่าว เมื่อปัญหาเหล่านี้คลี่คลายลง ชีวิตก็จะค่อย ๆ กลับคืนสู่ความปกติสุข

สำหรับผู้อ่านที่คิดว่างวดหน้า กำลังจะได้เงินรางวัลก้อนโตจากการเล่นหวย เรามีคำแนะนำง่าย ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา นั่นคืออย่าบอกให้ใครรู้ ยกเว้นคนใกล้ชิดในครอบครัว พร้อมทั้งไม่ใช้จ่ายแบบกระโตกกระตาก ให้ค่อย ๆ เพิ่มการใช้จ่ายอย่างค่อยเป็นค่อยไปนะคะ

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ smclearnandearn.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น